Translate

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ประเทศญี่ปุ่น




ญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น日本 Nihon/Nippon นิฮง/นิปปง ?) มีชื่อทางการคือประเทศญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น日本国 Nihon-koku/Nippon-koku นิฮงโกะกุ/นิปปงโกะกุ ?) (จีนตัวเต็ม日本國จีนตัวย่อ日本国) เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอค็อตสค์ เป็นเส้นแบ่งแดน ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทำให้บางครั้งถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย
ญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,930 ตารางกิโลเมตร นับเป็นอันดับที่ 61 ของโลก หมู่เกาะญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮนชู ฮกไกโด คีวชู และชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือประมาณ 128 ล้านคน เมืองหลวงของญี่ปุ่นคือกรุงโตเกียว ซึ่งถ้ารวมบริเวณปริมณฑลเข้าไปด้วยแล้วจะกลายเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีประชากรอยู่อาศัยมากกว่า 30 ล้านคน
สันนิษฐานว่ามนุษย์มาอาศัยในญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ยุคหินเก่า การกล่าวถึงญี่ปุ่นครั้งแรกปรากฏขึ้นในบันทึกของราชสำนักจีนตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากจีนในหลายด้าน เช่นภาษา การปกครองและวัฒนธรรม แต่ในขณะเดียวกันก็มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง จึงทำให้ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นมาจนปัจจุบัน อีกหลายศตวรรษต่อมา ญี่ปุ่นก็รับเอาเทคโนโลยีตะวันตกและนำมาพัฒนาประเทศจนกลายเป็นประเทศที่ก้าวหน้าและมีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชียตะวันออก หลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการปกครองโดยการใช้รัฐธรรมนูญใหม่ใน พ.ศ. 2490
ญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ โดยมีจีดีพีสูงเป็นอันดับสามของโลกในปี พ.ศ. 2553 ญี่ปุ่นเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ จี 8 โออีซีดี และเอเปค และมีความตื่นตัวที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของต่างประเทศ ญี่ปุ่นมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดี

ชื่อประเทศ


ภาษาญี่ปุ่น ชื่อประเทศญี่ปุ่นเรียกว่า นิปปง (にっぽん) หรือ นิฮง (にほん) ซึ่งใช้คันจิตัวเดียวกันคือ 日本 คำว่านิปปง มักใช้ในกรณีที่เป็นทางการ ส่วนคำว่า นิฮง จะเป็นศัพท์ที่ใช้โดยทั่วไป

สันนิษฐานว่าประเทศญี่ปุ่นเริ่มต้นใช้ชื่อประเทศว่า "นิฮง/นิปปง (日本)" ตั้งแต่ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 12 จนถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 13 ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์และทำให้ญี่ปุ่นมักถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย ชื่อนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการติดต่อกับราชวงศ์สุยของจีนและหมายถึงการที่ญี่ปุ่นอยู่ในทิศตะวันออกของจีน ก่อนที่ญี่ปุ่นจะมีความสัมพันธ์กับจีน ญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักในชื่อยะมะโตะ[14]
ชื่อเรียกประเทศญี่ปุ่นในภาษาอื่น ๆ เช่น เจแปน (อังกฤษJapan) ยาพัน (เยอรมันJapan) ชาปง (ฝรั่งเศสJapon) ฮาปอง (สเปนJapón) รวมถึงคำว่าญี่ปุ่นในภาษาไทย น่าจะมาจาก ภาษาจีนฮกเกี้ยน หรือ แต้จิ๋ว ที่ออกเสียงว่า "ยิดปุ่น" (ฮกเกี้ยน) หรือ "ยิกปั่ง" (แต้จิ๋ว) ทั้งหมดล้วนแต่เป็นคำที่ถอดเสียงมาจากคำอ่านตัวอักษรจีน 日本国 ซึ่งอ่านว่า "จีปังกู" แต่ในสำเนียงแมนดารินอ่านว่า ยื่อเปิ่นกั๋ว (จีนตัวเต็ม日本国พินอินrì bĕn guó) หรือย่อ ๆ ว่า ยื่อเปิ่น (จีนตัวเต็ม日本;  ส่วนในภาษาที่ใช้ตัวอักษรจีนอื่น ๆ เช่นภาษาเกาหลี (เกาหลี일본;日本) [19] และภาษาเวียดนาม  จะเรียกประเทศญี่ปุ่นโดยออกเสียงคำว่า 日本 ด้วยภาษาของตนเอง
ญี่ปุ่น
พื้นที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชีย มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 377,385 ตร.กม. มีเกาะรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,900 เกาะ เกาะใหญ่ที่สำคัญคือ ฮอนชู ฮอกไกโด คิวชิว และชิโกกุ แบ่งการปกครองเป็น 47 จังหวัด (Prefecture)กรุงโตเกียวตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู 
เมืองหลวงกรุงโตเกียว มีประชากร ประมาณ 12 ล้านคน จากจำนวนประชากร 128 ล้านคน
ภูมิอากาศญี่ปุ่น มี 4 ฤดู
ฤดูหนาว ประมาณเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนมีนาคม - พฤษภาคม
ฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายน - สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนกันยายน - พฤศจิกายน
เวลาเวลาญี่ปุ่น เร็วกว่า G.M.T. 9 ชั่วโมง (เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง)
ภาษาญี่ปุ่น
สกุลเงินเยน (Yen) 100 เยน เท่ากับประมาณ 36 บาท
ศาสนาชินโต พุทธ คริสต์
การปกครองประชาธิบไตยระบบรัฐสภาภายใต้รัฐธรรมนูญโดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิ
เป็นองค์ประมุขและมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร รัฐสภาญี่ปุ่น
เรียกว่า สภาไดเอ็ท (Diet)
ไฟฟ้า100 Volts 50/60 Hz.
การคมนาคมระบบสนามบินนานาชาตินาริตะ อยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงโตเกียว 64 กิโลเมตร การเดินทางส่วนใหญ่ของคนญี่ปุ่นในเมืองใหญ่ใช้รถไฟ โดยมีทั้งระบบรถไฟ
บนพื้นดินและใต้ดิน และมีรถไฟความเร็วสูง Shinkansen
(ความเร็ว 270 กม. ต่อชั่วโมง) วิ่งระหว่างจังหวัด
การเดินทางเข้าญี่ปุ่นผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอรับการตรวจลงตรา (visa) ประเภทที่ถูกต้องก่อนเข้าญี่ปุ่น ยกเว้นผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ การเดินทางโดยเครื่องบินตรงจากประเทศไทย ไปญี่ปุ่น (กรุงโตเกียว) ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง 

ประเทศญี่ปุ่น
    ญี่ปุ่น เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอฮอส์ค เป็นเส้นแบ่งแดน
ด้วยญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,873 ตารางกิโลเมตร ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นขนาดอันดับที่ 62 ของโลก และประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือมากกว่า 128 ล้านคน

ภูมิประเทศ
      ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะ ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะต่าง ๆ กว่า 6,800 เกาะ เรียงรายเป็นแนวยาวจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ของมหาสมุทรแปซิฟิก และตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของโลก จึงเป็นที่มาของชื่อ " ดินแดนอาทิตย์อุทัย " จุดทางใต้สุดอยู่ที่เส้นรุ้งประมาณ 24 องศาเหนือ และเหนือสุดที่ประมาณ 45 องศาเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 377,800 ตารางกิโลเมตร ความยาวจากเหนือจรดใต้ ประมาณ 2,800 กิโลเมตร ญี่ปุ่นมีขนาดเล็กกว่าไทยประมาณ 0.7 เท่า แต่มีประชากรมากกว่าประมาณ 2 เท่า
     ญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะคือ ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชิว 
เกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ยังแบ่งเป็น 5 ภาค เรียงจากเหนือลงมาคือ โทโฮะกุ คันโต จูบุ คิงคิ และจูโงกุ
มีจังหวัดต่าง ๆ ทั้งหมด 47 จังหวัด ( Prefecture ) แบ่งเป็นเมืองต่าง ๆ รวมทั้งหมดมากกว่า 650 เมือง โดยมีโตเกียวเป็นเมืองหลวงของประเทศมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2411

รูป  แผนที่ญี่ปุ่น
    พื้นที่ประมาณ 3 ใน 4 ของญี่ปุ่น จะเป็นภูเขาและเนินเขา ซึ่งอุดมไปด้วยป่าไม้ แม้ว่าความต้องการใช้ไม้จะมีมาก แต่การตัดไม้นั้นมีน้อย เนื่องจากญี่ปุ่นหันไปนำเข้าไม้ราคาถูกจากต่างประเทศ แทนการทำลายป่า
   พื้นที่ราบจะเป็นพื้นที่สำหรับการกสิกรรม และที่ตั้งของเมืองต่าง ๆ พื้นที่ราบที่ใหญ่ที่สุดอยู่บริเวณใจกลางอ่าวโตเกียว คือที่ราบคันโต ( Kanto ) นอกจากนั้นก็ยังมีที่ราบโทโฮะกุ ( Tohoku ) ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู ที่ราบในฮอกไกโด และที่ราบเขตอุตสาหกรรมนาโงย่า-โอซาก้า ( Nagoya - Osaka ) ที่ราบเหล่านี้จะแน่นขนัดไปด้วยบ้านเรือน โรงงาน ที่ดินเกษตร และสาธารณูปโภค คิดเป็น 20% ของที่ดินโดยรวมทั้งประเทศ

ภูมิอากาศ
      ญี่ปุ่นมีภูมิอากาศแบบเขตอบอุ่น ฤดูใบไม้ผลิ (ฮารุ) มีอากาศที่สบาย น่าอยู่อาศัย ต้นไม้เริ่มผลิดอกออกใบ ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิมีดอกซากุระบานสะพรั่ง ไล่จากคิวชูไปจนถึงฮอกไกโดเป็นที่สุดท้าย ฤดูร้อน (นัตซึ) อากาศค่อนข้างร้อนแบบเหนอะหนะ ฤดูใบไม้ร่วง (อะกิ) อากาศแห้งและเย็นสบาย ใบไม้กลายเป็นสีเหลืองทอง ในขณะที่ฤดูหนาว (ฟุยุ) อากาศค่อนข้างหนาวเย็น
    แต่เนื่องจากพื้นที่ของประเทศที่ทอดเป็นแนวยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร ทำให้ภูมิอากาศของแต่ละท้องถิ่น มีความแตกต่างกันออกไป ทางเหนือของญี่ปุ่น ในแถบฮอกไกโดมีอากาศหนาวเย็นคล้ายยุโรป มีหิมะตกหนักในฤดูหนาว ด้วยลมหนาวจากไซบีเรีย ได้พัดเอาความชื้นจากทะเลญี่ปุ่นเข้ามา ในขณะที่พื้นที่ทางใต้ของคิวชูและโอกินาวา มีสภาพอากาศค่อนไปทางเขตร้อนชื้น และมีฝนตกชุกในฤดูฝน
ฤดูกาลแบ่งออกเป็น 4 ฤดูคือ
ฤดูหนาว ประมาณเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนมีนาคม - พฤษภาคม
ฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายน - สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนกันยายน - พฤศจิกายน

ช่วงที่มีฝนตกมากที่สุดอยู่ในเดือนมิถุนายน ไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
ช่วงที่มีพายุไต้ฝุ่นจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน
ช่วงที่ร้อนที่สุดคือเดือนสิงหาคม

ตัวอักษร
     ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลการเขียนตัวอักษรแบบจีน และวัฒนธรรมจีนมา ตั้งแต่เมื่อคริสตศตวรรษที่ 7 และ 8 ซึ่งยังคงมีอิทธิพลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากตัวหนังสือที่ใช้อยู่ 3 แบบคือ
     แบบที่ 1 และแบบที่ 2 คือ ฮิรางานะ ( Hiragana ) และ คาตากานะ ( Katagana ) ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นในญี่ปุ่น จากการย่ออักษรจีนบางตัว ทั้งสองแบบมีตัวอักษรอย่างละ 46 ตัว และแสดงเสียงตามพยางค์
    แบบที่ 3 คือคันจิ ( Kanji ) เป็นตัวอักษรจีน ซึ่งเป็นอักษรภาพที่แสดงความหมายในตัวเอง อักษรจีนที่ถูกใช้อยู่มีประมาณ 3,000 ตัว แต่จำนวนอักษรจีนที่ถูกระบุอย่างเป็นทางการ ว่าใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบันมีเพียง1,945 ตัว เท่านั้น
    ในการเขียนประโยคต่าง ๆ จะใช้อักษรจีนผสมกับอักษรแบบฮิรางานะ สำหรับชื่อสถานที่ ชื่อเฉพาะอื่น ๆ ที่มาจากอเมริกา ยุโรป และประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อักษรแบบจีน รวมถึงคำศัพท์เทคนิคซึ่งยืมจากภาษาต่างประเทศ จะเขียนด้วยอักษรคาตะกานะ
    ภาษาญี่ปุ่นอาจเขียนในแนวดิ่งจากข้างบนลงข้างล่างก็ได้ หรือจะเขียนตามขวางจากซ้ายไปขวาก็ได้

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
กรุงโตเกียว (Tokyo) 
      กรุงโตเกียวชื่อเดิมคือ เอโดะ จนใน ค.ศ.1868 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น โตเกียว (Tokyo มีความหมายว่า เมืองหลวงตะวันออก) และจักรพรรดิเมจิได้เสด็จย้ยจากเมืองหลวงเกียวโตมาประทับยังกรุงโตเกียว ฉะนั้น กรุงโตเกียวจึงได้กลายเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
     ปัจจุบัน กรุงโตเกียว หรือ มหานครโตเกียว เป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีและเศรษกิจแห่งหนึ่งของโลก

พระราชวังอิมพีเรียล
     พระราชวังนี้แต่เดิมเป็นที่ตั้งของปราสาทเอโดะ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของโชกุน ตระกูลโตะกุกะวะ แต่หลังจากการปฏิวัติในยุคเมจิ ล้มล้างระบอบโชกุน สมเด็จพระจักรพรรดิซึ่งไม่ทรงมีอำนาจปกครอง จึงทรงถูกอัญเชิญมาให้เป็นประมุขแห่งรัฐ ย้ายจากนครเกียวโตะ เมืองหลวงเก่า มาพำนักที่กรุงโตเกียวแทน พระราชวังถูกระเบิดทำลายลงไปมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ได้สร้างมาใหม่เหมือนเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2507

วัดเซ็นโซจิ วัดเซ็นโซจิ
    เป็นสัญลักษณ์ของย่านอาซากุสะเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในแถบคันโตและมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่มาเยี่ยมชมวัดเซ็นโซจิแห่งนี้ทุกปี ในอนาบริเวณวัดมีร้านขายของที่ระลึกตั้งเป็นแถวยาวให้เลือกซื้อ ตำนานวัดเซ็นโซจิที่เล่าต่อๆกันมาว่า มีชายหาปลาสองคนพี่น้องมาทอดแหในแม่น้ำ แต่ได้รูปปั้นรูปปั้นพระโพธิสัตว์ (คนญี่ปุ่นเรียกพระโพธิสัตว์ว่า kannon)แทนหัวหน้าหมู่บ้านจึงสร้างวัดขึ้นใน ค.ศ. 628 เพื่อประดิษฐานรูปปั้นพระโพธิสัตว์ และ ในเวลาใกล้เคียงกันที่พบรูปปั้น ได้ปรากฏมังกรทองตัวหนึ่งเลื้อยลงมาจากสวรรค์

โตเกียว ดิสนีย์แลนด์
  

  ผ
วัดคินคาคุจิ
     วัดคินคาคุจิหรือวัดทอง คนไทยรู้จักกันดีจากการ์ตูนดัง เรื่อง เณรน้อยเจ้าปัญญา อิคคิวซัง เป็นวัดแบบเซน ตั้งอยู่ทางเนือของเมือง เกียวโต เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณวัด จะเห็นปราสาทสีทอง ตั้งเด่นเป็นสง่าทามกลางทะเลสาบ ในส่วนของปราสาททองนั้นจะมี 3 ชั้น เป็นวัด บึงที่ล้อมรอบตัววิหารอยู่ เรียกว่า "สระเกียวโกะ" แปลว่าสระกระจกเงา ที่ได้ชื่อนี้เพราะว่า ช่วงน้ำในสระนิ่งๆ จะเห็นภาพสะท้อนของอาคารหลังนี้ในบึง



วัดคิโยมิสึ
      วัดคิโยมิสึ หรือ วัดน้ำใส ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมือง อาคารหลักของวัดคิโยมิซึ เป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสูงของระเบียงขนาดใหญ่สูง 13 เมตร มีเสาไม้กว่าร้อยต้อนรองรับ สร้างยื่นออกจากด้านข้างของเนินเขา ด้วยความสูงของวัดจึงมีวลีหนี่งเกิดขึ้นมา " หากมีผู้ใดกระโดดจากระเบียงวัด แล้วสามารถรอดชีวิตได้ ความปรารถนาของผู้นั้นจะสัมฤทธิ์ผล" คำอธิบายที่ดีที่สุดในการรอดชีวิตจากการกระโดดระเบียงคือ ด้านล่างของระเบียงมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น แต่ในปัจจุบันทางวัดห้ามมิให้มีการกระโดดระเบียง แต่สมัยเอโดะมีการบันทึกไว้ว่า มีผู้มากระโดด 234 คน รอดชีวิตคิดได้เป็นร้อยละ 85.4 ของคนที่มากระโดด ทางด้านใต้ของอาคารหลักคือ น้ำตกโอตาวะ เป็นสายน้ำ 3 สายไหลลงสู่บ่อน้ำ นักท่องเที่ยวมักจะมาดื่มน้ำจากน้ำตกนี้ด้วยถ้วยโลหะ ซึ่งมีความเชื่อว่า น้ำแต่ละสายที่ไหลลงสู่บ่อน้ำนั้นแทนด้วย การศึกษาประสบความสำเร็จ สมหวังเรื่องความรัก และ สุขภาพแข็งแรง

UNIVERSAL STUDIOS JAPAN

ศาลเจ้าเฮอัน
      ศาลเจ้าเฮอัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1895 สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 1100 ปี ของการก่อตั้งเมืองเกียวโต เมื่อ ค.ศ. 1895 ที่ด้านหน้าวัดจะมีเสา "โทริอิ" สีแดงขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางถนนหน้าศาลเจ้า

ปราสาทโอซาก้า Osaka Castle
      เป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้ หากไปเยื่ยมเยือนเมืองโอซาก้า ปราสาทโอซาก้าเป็นสัญลักษณ์สำคัญ แม้ว่าจะมีการบูรณะในปี ค.ศ. 1997 แต่ตัวปราสาทยังแสดงให้ให้เห็นถึงความเป็นศิลปะร่วมสมัย ปัจจุบัญปราสาทโอซาก้าจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น


คู่กรรม

คู่กรรม เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมและวีรคติ ประพันธ์โดย ทมยันตี ดำเนินเรื่องที่มีฉากหลังในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผู้ประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อราวปี พ.ศ. 2508 จากการเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี และเข้าเยือนสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักที่ทอดร่างของเหล่าทหารสัมพันธมิตร โดยสะดุดใจเมื่อเห็นคำจารึกถึงบนหลุมศพทหารสัญชาติเนเธอร์แลนด์คนหนึ่ง เมื่อสอบถามดู ได้ความว่าเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัวที่มาเสียชีวิตลงที่ประเทศไทย โดยที่ผู้เป็นพ่อแม่มิอาจมาร่วมฝังศพของลูกชายได้[3]
คู่กรรม เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2508 ตีพิมพ์เป็นตอนในนิตยสารศรีสยาม (ในเครือนิตยสารขวัญเรือน)[4] และรวมเล่มเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2512 แล้วตีพิมพ์มาหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2 ถือว่าเป็นบทประพันธ์ที่ชื่อเสียงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของทมยันตีเลยทีเดียว
คู่กรรม ได้รับการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์แล้วหลายครั้ง เริ่มจาก ช่อง 4 บางขุนพรหม เป็นละครถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2513พ.ศ. 2515 และต่อมาทางช่อง 9 อสมท. ในปี พ.ศ. 2521
ครั้งสำคัญเป็นละครทางช่อง 7 สี ในปี พ.ศ. 2533 เป็นละครที่สร้างประวัติศาสตร์เรตติ้งสูงสุดอันดับ 1 ของเมืองไทยตลอดกาล เรตติ้ง 40 [5][6] เรื่องนี้ได้รับรางวัลทั้งเมขลาและโทรทัศน์ทองคำในปีเดียวกัน หลังจากนั้นได้นำมาสร้างใหม่เป็นละครทางช่อง 3 ในปี พ.ศ. 2547 (มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2) ล่าสุดเป็นละครทางช่อง 5 ในปี พ.ศ. 2556
คู่กรรม นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ 4 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2516พ.ศ. 2531พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2556 ซึ่งทั้ง 2 ครั้ง (ปี 2531 และ 2538) ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลตุ๊กตาทองไปทั้งคู่ และเคยดัดแปลงเป็นละครเวที โดยค่ายดรีมบอกซ์ กลางปี พ.ศ. 2547 แสดงที่โรงละครกรุงเทพ และกลางปี พ.ศ. 2550 แสดงที่ โรงละครกรุงเทพเมโทรโพลิส
นอกจากนี้แล้ว คู่กรรม ยังเป็นที่รู้จักกันดีถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย จนถึงกับมีการแต่งเป็นนวนิยายเนื้อหาคล้ายคลึงกันของนักประพันธ์ชาวญี่ปุ่น โดยในฉบับของญี่ปุ่นนี้ ตัวละครเอกได้เปลี่ยนชื่อเป็น โอโมริ กับ กันยา
อังศุมาลิน ชลาสินธุ์ นิสิตสาวคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกิดและเติบโตมาท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของ แม่อร และยาย ที่บ้านริมคลองบางกอกน้อย พ่อของอังศุมาลินเป็นอดีตทหารเรือ ชื่อ หลวงชลาสินธุราช อังศุมาลินมีเพื่อนชายที่รู้ใจและสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก ชื่อ วนัส นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ที่ในใจลึก ๆ ของเขาแอบรักอังมากกว่าน้องสาว แต่เธอคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะมีความรัก จนวนัสเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษ อังศุมาลินกับครอบครัวมีโอกาสได้รู้จักสนิทสนมกับ หมอโยชิ หมอทหารชาวญี่ปุ่นผู้แสนใจดีและเป็นมิตร หมอโยชิเอ็นดูอังศุมาลินจนเสนอตัวสอนภาษาญี่ปุ่นให้เธอด้วยความเต็มใจ
แล้วอังศุมาลินก็ได้พบกับ โกโบริ ขณะที่เธอว่ายน้ำไปแอบดูอู่เรือของทหารญี่ปุ่นที่มาตั้งรกรากอยู่ใกล้ ๆ สวนบ้านเธอ โกโบริเป็นนายช่างใหญ่ประจำอู่ เขากล่าวทักทายอังศุมาลินอย่างเป็นมิตร แต่อังศุมาลินไม่พูดด้วย เพราะอคติกับคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะทหารโกโบริก็เริ่มแสดงไมตรีกับครอบครัวอังศุมาลิน โดยใช้ให้ทหารลูกน้องส่งข้าวของผลไม้สำหรับคนป่วยมาให้ยายของอังศุมาลิน พาหมอมาดูอาการยาย จนทำให้ทั้งแม่กับยายเริ่มเอ็นดูและมองเห็นถึงน้ำใจไมตรีของโกโบริ และเรียกโกโบริว่า "พ่อดอกมะลิ" ขณะที่อังศุมาลิน ก็ยังอคติกับเขาอย่างเดิม
สัญญาณระเบิดดังขึ้น ในคืนที่อังศุมาลินอยู่บ้านคนเดียว โกโบริซึ่งแวะมาหาพอดี เลยมีโอกาสได้ช่วยเหลือพาอังศุมาลินไปหลบภัยที่ท้ายสวน ทั้งคู่วิ่งฝ่ากระสุน โกโบริกอดอังศุมาลินวิ่งเอาตัวเป็นกำบังให้ และพาอังศุมาลินไปหลบในท้องร่องและกอดอังไว้แน่น ระเบิดก็ลงใกล้ ๆ จุดนั้น โกโบริยอมเสี่ยงชีวิตเจ็บตัวแทนอังศุมาลิน และก่อนที่เขาจะหมดสติไป
โกโบริก็บอกรักอังศุมาลิน แม้ลึก ๆ แล้วเธอจะรัก แต่เพราะโกโบริเป็นชาวญี่ปุ่น เป็นศัตรูที่เข้ามากร้ำกรายบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ อังศุมาลิน จึงปฏิเสธโกโบริอย่างไม่ใยดี โกโบริมาขอโทษอังศุมาลิน ที่เรื่องของเขากับเธอกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต และมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างบีบคั้น
จนในที่สุด อังศุมาลิน ก็จำต้องจำยอมแต่งงานกับโกโบริด้วยเหตุผลทางการเมือง ความสุภาพแสนดีของโกโบริ เริ่มทำให้อังศุมาลิน เริ่มมองเขาในแง่ดีมากขึ้นทีละนิด จนคืนหนึ่งขณะที่เธอมายืนนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้กับวนัสที่ใต้ต้นลำพู โกโบริก็มาเจอ อังศุมาลินจึงสารภาพกับโกโบริว่าเธอมีคนที่เธอรออยู่แล้ว คือ วนัส โกโบริเสียใจแต่ไม่แสดงออก
แต่อังศุมาลินกลับเป็นฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองได้ทำร้ายจิตใจของโกโบริ เธอเห็นใจและสงสารโกโบริจับใจโกโบริมุงานหนัก นอนที่อู่เรือไม่ยอมกลับบ้าน พร้อมกับทำเรื่องขอย้ายไปประจำที่พม่า เพราะสถานการณ์ที่พม่ากำลังวุ่นวาย เขาไม่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นทหารที่เลือกแต่งานสบาย แต่หมอโยชิรู้ดีว่าโกโบริมีเหตุผลมากกว่านั้น เพราะสังเกตเห็นว่าโกโบริกับอังศุมาลินมีปัญหาไม่เข้าใจกัน
หมอโยชิจึงพยายามเข้ามาประสานความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ก็ไม่เป็นผลแล้วคืนหนึ่ง วนัสก็แอบมาพบกับอังศุมาลิน วนัสเปิดเผยว่าตนเป็นเสรีไทย วนัสรู้เรื่องอังศุมาลินดีทุกอย่าง เขารู้ดีว่าอังศุมาลิน กำลังสับสนใจระหว่างโกโบริกับเขา จึงให้อิสระอังศุมาลิน ได้เลือกคนที่เธอรัก พร้อมกับฝากให้อังศุมาลินบอกโกโบริด้วยว่า อย่าไปสถานีรถไฟบางกอกน้อยตอนมีระเบิดลง อังศุมาลินซึ้งใจกับความเป็นสุภาพบุรุษของวนัส เมื่อระเบิดลงชุดใหญ่ทำให้อังศุมาลินกลัวว่าโกโบริจะเป็นอันตราย จึงรีบตามไปบางกอกน้อยโดยไม่สนคำทัดทานของใครเมื่อไปถึงปรากฏว่าสถานีรถไฟบางกอกน้อยโดนถล่ม ทหารนอนตาย บาดเจ็บมากมาย อังศุมาลินเจอหมอโยชิ ซึ่งก็กำลังตามหาโกโบริอยู่เหมือนกัน
อังศุมาลินขอพรลูกในท้องให้ช่วยคุ้มครองโกโบริ อังศุมาลินเดินตามหาโกโบริอย่างรุ่มร้อนใจ จนในที่สุดอังศุมาลินก็พบโกโบรินอนบาดเจ็บ อาการสาหัส อังศุมาลิน ไม่ยอมให้โกโบริจากเธอไป แต่โกโบริรู้ตัวดีว่าเขาคงไม่รอด จึงฝากให้อังศุมาลินช่วยดูแลลูกแทนเขาด้วย อังศุมาลินบอกรักโกโบริก่อนที่เขาจะสิ้นลมบนตักอังศุมาลิน นั่นเอง จบที่งานศพของโกโบริ ทุกคนร่ำไห้เสียใจ อังศุมาลินให้สัญญาต่อหน้าศพโกโบริว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลูก และจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเพื่อ โกโบริ ชายที่เธอรักสุดหัวใจ

ภาษาญี่ปุ่น

รู้ไว้ก็ดี ภาษาญี่ปุ่น เบื้องต้น
“ฮะจิเมะ มาชิเตะ”
ภาษาญี่ปุ่นควรรู้
คำทักทาย
 สวัสดีตอนเช้า Ohayou gozaimasu โอะฮาโย โกไซอิมัส
 สวัสดีตอนบ่าย Konnichiwa คอนนิจิวะ
 สวัสดีตอนกลางคืน Konbanwa คอนบังวะ
 ราตรีสวัสดิ์ Oyasuminasai โอะยะซุมินะไซ
 ขอบคุณมาก  Arigatou gozaimasu อะริกะโตะ โกะไซอิมัส
 ไม่เป็นไร Douitashimashite โดอิตะชิมะชิเตะ
 ขอโทษ (รบกวน) Sumimasen/suimasen ซุมิมะเซง/ซุยมะเซง
 ขอโทษ Gomennasai. โกเมงนาไซ
 ยินดีที่ได้รู้จัก Hajimemashite ฮะจิเมะมาชิเตะ
 บาย เจอกันใหม่ Ja, Matane  จา มาตาเนะ
 นอนหลับฝันดี Oyasuminasai  โอะยาสุมินาไซ  
อาหาร  ข้าว Gohan โกะฮัน
 อาหารกลางวัน Hirugohan ฮิรุโกะฮัน
 อาหารเย็น Bangohan บันโกะฮัน
 น้ำ Misu มิสุ
 ชาฝรั่ง Kocha โคชะ
 นม Gyunyu กีวนีว
 เนื้อไก่ Toriniku โทะรินิกุ
 เนื้อ Niku นิกุ
 ปลา Sakana ซะกะนะ
 ผัก Yasai ยะซะอิ
 ผลไม้ Kudamono คุดะโมะโนะ  
การนับเลข  1 Ichi อิชิ            6 Roku โระกุ
 2 Ni นิ                7 Shichi ฌิชิ
 3 San ซัน            8 Hachi ฮาชิ
 4 Shi ฌิ              9 Kyu คีว
 5 Go โงะ            10 Ju จู
“โออิชิ”
 ขอบคุณ Arigato อะริงาโตะ
 ขอโทษ  Sumimasen ซูมิ มาเซ็น
 ใช่   Hai ไฮ
 แล้วพบกันใหม่  Mata iemasho มาตะ ไออิมาโช
 เชิญ Dozo โด โสะ
 ขอบพระคุณมาก Domo arigato โด โหมะ อาริงาโตะ
 ยินดีที่ได้รู้จัก Hajimemashite ฮะจิเมะมาชิเตะ
 ไม่เป็นไร Douitashimashite โดอิตะชิมะชิเตะ
 ร้อนจังนะ Atsuidesune อะซึ่ย เดสเนะ
 หนาวจังนะ Samuidesune ซะมุ่ย เดสเนะ
 อากาศดีจัง Iitenkidesune อี้เตงกิเดสเนะ
 ห้องน้ำ Otearai  โอเตไร
 ภัตตาคาร Resutoran เรสสึเตรอง
 น้ำแข็ง Kori โคริ
 อร่อย Oishii โออิชิ
 โรงแรม Hoteru โฮเทรุ
 รถแท็กซี่ Takushi ทาคุชี
 โทรศัพท์ Denwa เด็งวา
 โรงพยาบาล Byooin เบียวอิน
 เป็นไข้/ตัวร้อน Netsu นัทสึ
 ช็อบปิ้ง (Shopping)
 ราคาเท่าไร   Ikura อิคุระ (เดสกา) 
 เงินทอน Osueri โอสุริ  
 เงินสด Okane โอกาเนะ
 ที่สนามบิน (At the airport)
 หนังสือเดินทาง Passport  พาสปอร์ต
 กระเป๋าเดินทาง Nimothu นิมอทสุ  
 ตั๋วเครื่องบิน Hikoki No Kippu ฮิโคคิ โนะ คิปปุ
-------------------------------------------------------
มีเพิ่มเติมจากน้อง
 by Hana_NZ
เพื่อน (Tomodachi) โทโมดาจิ
หิมะ (Yuki) ยูกิ
ดอกไม้ (Hana) ฮานะ
เพลง (Uta) อูตะ
พระอาทิตย์ (Taiyo) ทาอิโยะ
เด็ก (Kodomo) โคโดโหมะ
กระเป๋า (Kaban) คาบัง
หมา (Inu) อินุ
แมว (Neko) เนะโกะ
ฝน (Ame) อะเมะ
บ้า (Baga) บ้าก่า
เผ็ด (Karai) คะไร
ปราสาท (Jo) โจ
พรุ่งนี้ (Ashita) อะชิตะ
กิน (Taberu) ทาเบรุ
ใหญ่ (Dai) ได
ได้มานิดหน่อยจากเพื่อน ไม่ค่อยแน่ใจตัวเขียนในวงเล็บนะ ได้แต่ออกเสียง = =" ภาษาญี่ปุ่นสนุกดีนะ ^__^
------------------------------------------------------- การแนะนำตัวนะ!!วาตาชิวะ___(ชื่อของเรา)___ เดส  โดโสะ โยโรชิคุ โอเนะไกชิมัส
แปลว่า----ดิฉัน/กระผม  ชื่อ ........ค่ะ/ครับ  ยินดีที่ได้รู้จัก ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย
by: kanomping-O-
-------------------------------------------------------โมโมะ ลูกพีช
วาตาชิ ฉัน
เทนชิโนะ สวรรค์   เทชิโนะ โชกุน กษัตริย์ผู้มาจากสรวงสวรรค์ (ใช้คำซะหรุเชียว) โชกุน กษัตริย์
อาริกาโตะ ขอบคุณ
ไอ รัก
วาตะ นุ่น
อิจิ หนึ่ง
อิจิโกะ อาจแปลว่า ลูกคนที่ 1 ได้
โกะ สวย
โมเอะ สาวน้อยน่ารัก
-- จำได้แค่นี้แหละ (ไม่มั่นใจนะว่าถูกรึป่าว)
by: sakura_p555
------------------------------------------------------- 
ภาษาญี่ปุ่น ไม่ยากเลยค่ะ  เพราะเราก็เคยคิดเหมือนกัลว่าภาษาญี่ปุ่นยาก แต่พอมาลองเรียนจิงๆก็รุ้ว่าไม่ยากเลยค่ะ ใช้เวลาแค่ปีเดียวก็สามารถพูด อ่าน เขียนได้แร้วค่ะ ประโยคสนทนาก็ไม่ยากค่ะ แค่เรารุ้คำศัพและความหมายของมันก็สามารถมาสร้างให้เป็นประโยคได้ แร้วที่สำคัญถ้าอ่านภาษาญี่ปุ่นออกแร้วแปลได้ก็ถือว่าดีแร้วค่ะ ใครยังไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นแร้วสนใจภาษานี้ ขอบอกว่าไปเรียนเลยค่ะ สนุกและก็ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ
คำศัพน่ารักๆ ลองหัดพูดดูนะคะ
もう.こいびとがいましたか。โม่.โคะอิบิโตะก๊ะอิมะชิตะก๊ะ -มีแฟนแร้วหรือยัง
あなたは、とでも かわいいですね。อะนะตะวะ.โทเดะโม่ะ คาวาอี้เดสก๊ะ -คุนน่ารักมากๆเลย
あくびしちやってかわいいな。อะคุบิชิจิยัดเตะคาวาอี้นะ-หาวซะงั้น น่ารักซะไม่มี
もう.じがじさんだね。โม่.จิก๊ะจิซังดะเนะ-ไม่ค่อยจะชมตัวเองเลยนะ
ただよりたかいものはない。ทาดะยงริทาคาอิโมโนะวะนัย-ของฟรีไม่มีในโลก
by: nU_wOrLd_Za
-------------------------------------------------------
เพิ่มอีกอัน
anatano kao o miruto, ohadashitai อะนาตาโน๊ะ คาโอะ โอ มิรูโต๊ะ โอฮาดาชิไต๊ [ไต๊ เสียงต่ำ]แปลว่า เห็นหน้าคุณแล้วปวดตด...
ไปสอบถามจากพี่ที่เป้นล่ามญี่ปุ่นมา.... ทีแรกคิดว่าจาเอาปวดอึ๊  แต่เนื่องจากคนญี่ปุ่นสุภาพมาก  คำนี้เรยมะมี
by: มดงัยคะ
-------------------------------------------------------หมวดร่างกาย
หู **มิมิ
จมูก **ฮะนะ
ปาก **กุชิ(งั้นก็แสดงว่าแฮมทาโร่ตอนร้องว่า กุชิๆ คงจะหมายความว่าปากมั้ง)
หัว **อะทะมะ
ผม **คะมิโนเคะ
ตา **เมะ
ไหล่ **คะตะ
ท้อง **โอนะคะ
แขน **อุดิ
คอ **คุบิ
เข่า **ฮิซะ
ขา,เท้า **อะชิ
มือ **เทะ
สะดือ **เฮะโสะ
เลือด **ฌิ
สัตว์
อะริ ** มด
อินุ **สุนัข (อินุยาฉะ หมาป่า)
อุชิ **วัว
คุมะ **หมี
สะรุ **ลิง
ชิขะ **กวาง
เสะมิ **จิ้งหรีด
นิวะโทริ **ไก่
โทะริ **นก
มุชิ **แมลง
ริสึ **กระรอก
วะนิ **จระเข้
คะนิ **ปู
เนะโกะ **แมว (เนะโกะจั๊มพ์ แมวกระโดด เพราะว่าจั๊มพ์=กระโดดในภาษาอังกฤษ)
ผลไม้
ซึอิคะ **แตงโม
นะชิ **สาลี่
มิคัง **ส้ม
เอะ ** รูปภาพ
เอโอ๊ะคะคุ **วาดภาพ
โอะโทะโขะ **ผู้ชาย
คิ ** ต้นไม้
เคะชิขิ **ทิวทัศน์
โสะระ **ท้องฟ้า
ยามะ ** ภูเขา
ยุขิ ** หิมะ
ทันสึ ** ตู้
ทสึคิ **ดวงจันทร์
เทะ ** มือ
นุโนะ ** ผ้า
โคะมะ **ลูกข่าง
โนะริ *กาว
ฮานะ **ดอกไม้
ฮิโคขิ **เครื่องบิน
ฟูเนะ **เรือ
โฮชิ **ดาว
มะคุระ ** หมอน
เมะ ** ตา
โมฝุ **ผ้าห่ม
โยะฟุขุ**เสื้อผ้า
สะระ **จาน
คุรุมะ ** รถยนต์
เระทสึ **แถว
โรโสะขุ **เทียน
ฮ่ง **หนังสือ
หมดไส้หมดพุงแร้วค่า
by : noonamjha
-------------------------------------------------------
โซ่ซัง - ช้าง
บุตะ - หมู
อิตัย - เจ็บ
โออิชิ - อร่อย
โอเน่ซัง - พี่สาว หรืออาจใช้ชื่อของผู้หญิงแทนคำว่า โอ ก็ได้จ้า
โอนี่ซัง - พี่ชาย หรืออาจใช้ชื่อของผู้ชายแทนคำว่า โอ ก็ได้จ้า